สืบ! ความเชื่อ ปักตะไคร้ ทำพิธีหยุดฝนยังไง พร้อมคาถาปักตะไคร้ ที่ได้ผลจริง!

ความเชื่อ ปักตะไคร้

รู้ใช่มั้ยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับพายุฤดูร้อน! หลังจากที่ได้ดูข่าวพยากรณ์อากาศกันไป คงจะเห็นแล้วว่ากรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเตือนให้ 36 จังหวัดทั่วประเทศไทยให้เฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง บางพื้นที่อาจมีลมแรง ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรืออาจมีลูกเห็บตกได้ ไม่ควรไปหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือที่โล่งแจ้ง ทั้งนี้เมื่อเห็นสภาพอากาศย่ำแย่เช่นนี้แล้วล่ะก็ ถ้าเราลองนำ ความเชื่อ ปักตะไคร้ ไปทำกันดู คิดว่าจะได้ผลจริงมั้ย? ไปดูที่มาของการปักตะไคร้กันเลยว่ามาจากไหน ทำอย่างไร และมีวิธีไล่ฝนตามความเชื่อของแต่ละประเทศยังไงบ้าง ตาม ruay 55 มา!

ความเชื่อ ปักตะไคร้

ความเชื่อ ปักตะไคร้
ขอบคุณภาพจาก tnews

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ถ้าฝนตกหนัก ให้สาวพรหมจรรย์ไปปักตะไคร้ แล้วฝนจะหยุดตก” ความเชื่อดังกล่าวนี้สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่อดีต โดยเมื่อมีการจัดพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น พิธีทอดผ้าป่า แห่นาคเข้าโบสถ์ พิธีขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ ที่ไม่ต้องการให้ฝนมาทำลาย ผู้ใหญ่ก็จะให้หญิงสาวไปทำการปักตะไคร้เพื่อช่วยกันไล่ฝน

การปักตะไคร้ตามความเชื่อดั้งเดิม สามารถปักได้ 3 ต้น หรือ 7 ต้น โดยผู้ที่ประกอบพิธีจะต้องเป็น “สาวพรหมจรรย์” ที่ไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์หรือยัง “บริสุทธิ์” อยู่เท่านั้น และจะต้องนำตะไคร้ไปปักด้วยการ ปักปลายตะไคร้ลงดินชี้โคนตะไตร้ขึ้นฟ้า จึงจะทำให้ฝนหยุดตกได้ 

แต่ความเชื่อนี้เองก็กลับกลายเป็นดาบสองคมเช่นกัน ซึ่งกลายเป็นวาทะที่มักใช้ล้อเลียนผู้หญิงกันอย่างสนุก ที่ว่าผู้หญิงคนไหนไปปักตะไคร้แล้วฝนไม่หยุดตก แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นไม่โสดไม่ซิง…

ลักษณะของผู้หญิงที่ ปักตะไคร้ 

สำหรับใครที่สงสัยว่า ผู้ชายปักตะไคร้ได้ไหม? สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบพิธีตาม ความเชื่อ ปักตะไคร้ ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น และมีลักษณะ 5 ประการดังต่อไปนี้…

ลักษณะของผู้หญิงที่ ปักตะไคร้
ขอบคุณภาพจาก facebook
  • เป็นผู้หญิงพรหมจรรย์ ที่ไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
  • มีอายุไม่เลยเบญจเพส โดยมีอายุ 15 – 25 ปี
  • ไม่อยู่ในช่วงที่มีรอบเดือน หรือเป็นประจำเดือนถือว่าไม่ได้
  • เป็นคนที่ถือศีลและอยู่ในธรรม ไม่ลุ่มหลงในกามตัญหา ราคะต่าง ๆ
  • เป็นหญิงหม้ายถือพรหมจรรย์ (ในกรณีที่อายุเลยเบญจเพสแล้ว)

ทำไมต้องเป็น “ผู้หญิง” ปักตะไคร้??

สาเหตุที่คนโบราณให้ “ผู้หญิง” เป็นตัวแทนในการทำพิธีปักตะไคร้ไล่ฝน เป็นเพราะว่า “เพศหญิง” นั้นถูกเปรียบเทียบเป็นสัญญะแห่ง “ความบริสุทธิ์” ในอดีตผู้หญิงมักเป็นผู้ที่ได้ร่วมประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทางศาสนา เช่น ในญี่ปุ่นก็มี “มิโกะ” ที่เป็นสาวบริสุทธิ์ผู้ทำงานรับใช้พระเจ้าในศาลเจ้า  

ดั้งเดิมก่อนที่ประเทศไทยจะกลายมาเป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่นั้น ในอดีตชาวไทยให้ความสำคัญกับ “แม่” อย่างมาก จะเห็นได้ว่ามีการใช้คำว่า “แม่” นำหน้าคำต่าง ๆ เช่น แม่น้ำ แม่ธรณี แม่ทัพ ฯลฯ ซึ่งไม่น่าแปลกที่ผู้ชายจะกลัวแม่กัน เพราะชาวไทยเคารพและศรัทธา “เทวนารี” หรือเทพที่เป็นผู้หญิงมาก่อน 

ทำไมต้องเป็น “ผู้หญิง” ปักตะไคร้??
ขอบคุณภาพจาก phototechthailand

จะเห็นได้ว่าคนไทยยังนับถือ “พระแม่” ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ และการเก็บเกี่ยวเพาะปลูกด้วย เช่น พระแม่ธรณี พระแม่โพสพ ฯลฯ ซึ่งเทวสตรีมีความเชื่อมโยงกับ “ความอุดมสมบูรณ์” นั่นเอง

สรุปได้ว่าการที่เลือก “ผู้หญิง” มาประกอบพิธีปักตะไคร้ก็เป็นเพราะ “เพศหญิง” เคยเป็น “เพศแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์” มาก่อนที่สังคมจะเปลี่ยนแปลงไป และลดทอนคุณค่าของผู้หญิงน้อยลง สืบเนื่องมาจากโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่ และได้มีการเปลี่ยนความเชื่อเป็นการนำผู้หญิงมาเป็นเครื่องบูชายัญ หรือเป็นเครื่องสังเวยประกอบพิธีทางศาสนาแทน

สาเหตุของการปัก “ตะไคร้”

สาเหตุของการปักตะไคร้

หลังจากที่ทราบไปแล้วว่าที่เลือกผู้หญิงปักตะไคร้เป็นเพราะผู้หญิงนั้นเป็นเพศแห่งความบริสุทธิ์และมีพลังศักดิ์สิทธิ์ แล้วทำไมถึงต้องเลือก “ตะไคร้” ไม่ใช่พืชอื่น ๆ ล่ะใครสงสัยบ้าง? ข้อเท็จจริงก็คือในอดีตมีความเชื่อเกี่ยวกับ “การปลูกจักไคร” (ตะไคร้) ไว้ไล่ฝนมาเนิ่นนานแล้ว โดยรู้จักกันดีในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเชื่อกันว่าปลูกตะไคร้จะช่วยไล่ฝนได้

ส่วนความเชื่อที่ว่า “ต้องปักปลายตะไคร้ และหงายโคนชี้ฟ้า” และจะทำให้ฝนหยุดตกนั้น เป็นนัยแห่งการ “ฝืนครรลองคลองธรรม” หรือผิดธรรมชาติ เพราะปกติแล้วการเพาะปลูกก็ต้องปักโคนลงดินเพื่อให้เจริญเติบโต การที่ฝืนธรรมชาติเช่นนี้ จึงเชื่อว่าจะทำให้เทพเจ้าโกรธไม่พอใจ และดลบันดาลไม่ให้ฝนตกตามฤดูกาล หรือสั่งให้ฝนหยุดตกโดยทันทีนั่นเอง…

4 ขั้นตอนประกอบ พิธีปักตะไคร้

เมื่อทราบ ความเชื่อ ปักตะไคร้ กันมามากพอสมควรแล้ว ตามแอดมินไปดูกันเลยว่า ถ้าหากต้องทำพิธีปักตะไคร้ เพื่อให้วันสำคัญราบรื่นไม่มีฝนตกต้องทำอย่างไรบ้าง…

4 ขั้นตอนประกอบ พิธีปักตะไคร้
ขอบคุณภาพจาก chillpainai
  1. ควรหาฤกษ์มงคลก่อนจัดงานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นฤกษ์งานบวช ฤกษ์งานแต่ง ฤกษ์งานบุญ ฯลฯ โดยเชื่อกันว่าวันที่ฤกษ์ดีจะทำให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วง
  2. จัดหาผู้หญิงมาประกอบพิธีปักตะไคร้ โดยต้องคิดว่า “ใครปักตะไคร้?” ซึ่งความเชื่อดั้งเดิมนั้นต้องเป็นผู้หญิงพรหมจรรย์ก่อนวัยวัยเบญจเพส 25 ปี หรือหญิงม่ายที่ถือพรหมจรรย์ก็ได้เช่นกัน
  3. ทำพิธีปักตะไคร้ก่อนวันงาน โดยการจุดธูปกลางแจ้ง 16 ดอก เพื่อไหว้ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน จากนั้นจึงค่อยกล่าวคำอธิษฐานขอให้ฝนไม่ตกในวันสำคัญหรือวันพิธี (อ่านได้ข้างล่าง)
  4. ปักตะไคร้ลงดินโดยการชี้โคนขึ้นฟ้า ตามความเชื่อซึ่งจะเป็นการฝ่าฝืนธรรมชาติและทำให้ฝนหยุดตก

คาถาปักตะไคร้ คาถาหยุดฝน

สำหรับ “คาถาปักตะไคร้” หรือคำอธิษฐานขอพรไม่ให้ฝนตก สามารถท่องได้หลังจากไหว้ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดินและปักธูปลงดินเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงพนมมือขึ้นและท่องได้ดังนี้…

  • “(นะโม 3 จบ) อากาเสจะ พุทธทีปังกะโร นะโมพุทธายะ… ข้าพเจ้าและคณะของข้าพเจ้ามีความตั้งใจดีที่จะจัดงาน…(งานอะไร) เพื่อเป็นประโยชน์แก่…(ผู้ใดบ้าง) ข้าพเจ้าขอให้เทพยดาและพระภูมิเจ้าที่ช่วยสนับสนุนค้ำจุนโดยให้วันที่… (วันที่จัดงาน) ขอให้ไม่มีฝนตกใน… (สถานที่จัด) อีกทั้งขอให้มีอากาศร่มรื่นสบาย มีคนเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมากด้วยเทอญ…”

หลังจากกล่าวเสร็จแล้วให้ยกต้นตะไคร้ขึ้น และกล่าวต่อดังนี้…

  • “ต้นตะไคร้นี้ได้ขอพรมาจากทวยเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแล้ว ขอบารมีแห่งพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และเทวดาอารักษ์ทั้งหลาย ขอทรงโปรดให้พิธีการปักตะไคร้นี้ช่วยดลบันดาลให้ฝนไม่ตก ให้ฝนเลื่อนไปตกที่อื่น ขอให้ฟ้าเปิดสว่างไสวเพื่อมีแสงเข้ามา ขอให้คำขอสัมฤทธิ์ผลด้วยเทอญ สาธุ ๆ ๆ”

หลังจากกล่าวเสร็จแล้ว ก็สามารถปักตะไคร้ได้ ก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีกรรม

ปักตะไคร้ ได้ผลจริงไหม??

ความเชื่อ ปักตะไคร้ ได้ผลจริงไหม??
ขอบคุณภาพจาก khaosod

แน่นอนว่าความเชื่อดังกล่าวก็ถือเป็น “เคล็ด” ที่คนโบราณถือสืบทอดต่อกันมา เรื่องราวปาฏิหาริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีใครตอบได้ว่า “มีจริง” หรือ “ไม่มีจริง” ขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีเรื่องเกิดขึ้น เมื่อยายคนหนึ่งไปปักตะไคร้ แต่กลับกลายเป็นว่าแทนที่ฝนจะหยุดตก กลับกลายเป็นฝนตกหนักยิ่งกว่า “พายุมังคุด” จนกลายเป็นกระแสแชร์ต่อในโซเชียลกันไปทั่วเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามวิธีการไล่ฝนนั้น ไม่ได้มีแค่ ความเชื่อปักตะไคร้อย่างเดียวที่รู้จักกันในไทย แต่ความเชื่อวิธีไล่ฝนยังมีอีกมากมาย ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง!

5 วิธีไล่ฝน นอกจาก ความเชื่อ ปักตะไคร้

5 วิธีไล่ฝน นอกจากความเชื่อปักตะไคร้
ขอบคุณภาพจาก jgbthai
  1. ห้อยตุ๊กตาไล่ฝนไว้หน้าบ้าน เป็นความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจะทำให้แดดออก เพราะ “เทะรุ” ในคำว่า “เทะรุเทะรุโบซุ” แปลว่า “แดดออก”
  2. เสียบมีดไว้ในร่องพื้นบ้าน เป็นความเชื่อของชาวกัมพูชา จะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากฝนและลมพายุ
  3. ฆ่าเสือบูชาเทพTlaloc โดยเป็นความเชื่อของชาวเม็กซิโก ที่เชื่อว่าบูชายัญเสือทำให้เทพแห่งฝน ช่วยให้ฝนหยุดตก
  4. เผากระเบื้องดินเผา ด้วยการนำมาลงยันต์และกล่าวคาถา “พุทธัง สะระณัง ฝนวะ ธัมมัง สะระณัง ฝนวะ สังฆัง สะระณัง ฝนวะ” นั่นคือวิธีไล่ฝน
  5. นำสากแม่หม้ายมาตำข้าว โดยต้องเป็นสากของบ้านที่มีแม่หม้ายเสียชีวิต นำมาปิ้งบนตะแกรง และนำมาตำข้าวจะทำให้เทวดาโกรธและสั่งให้ฝนหยุด

สรุปส่งท้าย

จะเห็นได้ว่า ความเชื่อ ปักตะไคร้ เป็นคติโบราณที่สืบทอดมาเนิ่นนานในสังคมไทยแล้ว ดั้งเดิมเชื่อว่าก่อนที่จะประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือในวันสำคัญต่าง ๆ จะต้องมีการทำ “พิธีปักตะไคร้” ด้วยการให้ผู้หญิงบริสุทธิ์อายุก่อนวัยเบญจเพส ที่ไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ นำตะไคร้มากลับหัวและปักลงดิน เชื่อว่าจะทำให้เทพเจ้าพิโรธและทำให้ฝนหยุดตกได้

แต่ทว่าความเชื่อดังกล่าวนั้น ถ้าพูดกันตามตรงขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคลและความเชื่อล้วน ๆ เพราะว่าเรื่องของธรรมชาติฟ้าฝนนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ขึ้นอยู่ที่ปาฏิหาริย์และความบังเอิญ หากคุณอยากลองทำพิธีปักตะไคร้เพื่อความสบายใจก่อนเริ่มงานสำคัญ ก็สามารถลองทำได้ แต่ไม่อยากให้คาดหวังว่า “ผู้หญิง” ที่ไปประกอบพิธีจะต้องทำให้ฝนหยุดตกได้ เพราะเธอคงไม่ชอบที่จะถูกเพื่อน ๆ หรือสังคมล้อเลียนว่าไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน

บทความน่าสนใจ ที่เกี่ยวข้อง

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email